🔹 สาเหตุของอาการปวดฟัน
ฟันผุ (Tooth Decay)
สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากแบคทีเรียในช่องปากย่อยน้ำตาลแล้วสร้างกรดกัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้เกิดรูผุและปวดเสียวฟัน
เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ (Gingivitis / Periodontitis)
การสะสมของคราบพลัคและหินปูนทำให้เหงือกบวม แดง และเจ็บ หากปล่อยไว้ อาจทำให้ฟันโยกและสูญเสียฟันในที่สุด
ฟันคุด (Impacted Tooth)
มักเกิดกับฟันกรามซี่สุดท้าย (ฟันคุด) ที่ขึ้นไม่เต็มซี่ หรือเบียดฟันข้างเคียง ทำให้เกิดอาการปวด บวม หรืออักเสบได้
ฟันแตกหรือร้าว (Cracked Tooth)
การเคี้ยวของแข็ง หรืออุบัติเหตุอาจทำให้ฟันแตกจนเส้นประสาทฟันอักเสบ เกิดอาการปวดเฉียบพลัน
ปัญหาจากรากฟันหรือโพรงประสาทฟันอักเสบ
หากการผุลึกจนถึงโพรงประสาท จะเกิดการอักเสบและปวดมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน
🔹 วิธีบรรเทาอาการเบื้องต้น
บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ลดการอักเสบ
หลีกเลี่ยงอาหารร้อน เย็น หรือหวานจัด
รับประทานยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล (แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน)
ห้ามใช้ของมีคมแคะหรือเขี่ยบริเวณที่ปวด เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้
🔹 การรักษาที่เหมาะสม
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น
ฟันผุ → อุดฟัน หรือรักษารากฟัน
เหงือกอักเสบ → ขูดหินปูน ทำความสะอาดช่องปาก
ฟันคุด → ถอนฟันคุด
ฟันแตกหรือร้าว → ครอบฟัน หรือรักษารากฟัน
ทันตแพทย์จะวินิจฉัยโดยการเอกซเรย์ฟัน เพื่อดูโครงสร้างภายในอย่างละเอียด ก่อนเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
🔹 วิธีป้องกันไม่ให้ปวดฟัน
แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงอาหารหวานเหนียว และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
ปวดฟัน
อาการปวดฟันเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดทางทันตกรรม อาจเกิดจากฟันผุ ฟันแตก หรือการติดเชื้อ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม